Share

แบกเป้เที่ยวเชียงคานในบรรยากาศคูลๆ แถมดูทะเลหมอกชิลๆ ในงบ 2,000 บาท (3 วัน 2 คืน)

Share

Sponsored Links



Slow down your life .. ทริปชิลๆ กินแหลก ตัวไม่แตก ไม่ต้องกลับบ้าน

cameteria-chiangkhan

สวัสดีค่า Cameteria กลับมาอีกครั้งพร้อมกับลมหนาวเดือนธันวาคม รอบนี้ขอพักการเดินทางแบบเหนื่อยๆ ไว้ก่อน แล้วขอไปเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์บ้าง เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือขึ้นไปดูทะเลหมอกแบบไม่ต้องปีนให้เมื่อย แค่นั่งรถขึ้นไปสวยๆ แป๊บเดียวก็ถึง หลังจากค้นหาข้อมูลก็เลยเจอที่ ภูทอก อ.เชียงคาน จ.เลย ว่าแล้วปักหมุดที่นี่เลย อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมหนุ่มสาวชาวฮิปสเตอร์ถูกใจกันนัก อิอิ

การเดินทาง

เนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันหยุดยาววันพ่อ เลยต้องจองล่วงหน้าหน่อย พวกเราจองผ่าน www.thairoute.com เพราะสามารถเลือกวันเวลา จุดหมายปลายทาง จุดขึ้นรถได้ตามสบาย เสียค่าธรรมเนียมแพงหน่อยแต่ก็สะดวกดี จองเสร็จก็ปริ๊นท์แล้วเอาไปจ่ายในเซเว่นภายใน 24 ชั่วโมง หรือโชว์บาร์โค้ดที่หน้าจอโทรศัพท์ให้พนักงานยิงได้เลย ขาไปพวกเราเลือกเดินทางกลางคืน แล้วถึงเชียงคานเช้ามืด ขากลับก็เลือกออกจากเชียงคานกลางคืน ถึง กทม เช้า จะได้มีเวลานานหน่อย ใช้เวลาเดินทางประมาณเที่ยวละ 8-9 ชั่วโมง นอนยาวๆไปค่ะ แนะนำให้ใส่เสื้อหนาๆนะคะ ถึงรถทัวร์จะแจกผ้าห่ม แต่ก็ยังหนาวมากกก ส่วนขากลับก็ทำวิธีเดียวกัน ให้เดินไปที่ออฟฟิศของบริษัท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก บขส  สามารถถามคนแถวนั้นได้เลย พอไปถึงก็โชว์ใบจองของเราแล้วเค้าก็จะปริ๊นท์ตั๋วออกมาให้

ที่พัก

พวกเราเลือกพักที่ “เรือนพี่ เรือนน้อง” เป็นเกสเฮาส์ที่คนรู้จักแนะนำเรามาว่าที่นี่สะอาดและสะดวกสบาย แถมเดินไปถนนคนเดินได้เลย และที่สำคัญ ราคาถูกด้วย คืนละ 600 บาทเท่านั้น
ส่องที่พักได้ที่นี่เลยค่ะ =>>https://www.facebook.com/profile.php?id=100001983415489

ตั๋วพร้อม ที่พักพร้อม! ก็ออกเดินทางกันเลยย!! พวกเราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ ตามประสามนุษย์เงินเดือนที่ต้องใช้วันหยุดให้คุ้มที่สุด 555  พอเลิกงานปุ๊บก็พุ่งตัวไปที่หมอชิตทันที เพราะรถออกเวลา 20:30 หลังจากนั้นก็ไปที่ขายตั๋วของบริษัทแล้วเอาใบจองที่เราปริ๊นท์ตั๋วออกมาก่อนหน้านี้ไปเช็คอิน เราก็จะได้ตั๋วรถทัวร์ออกมา ขี้นรถแล้วก็หลับไปยาวๆ ถึงเชียงคานประมาณตีห้ากว่าๆ หลังจากนั้นพวกเราก็เข้าที่พักด้วยรถตุ๊กๆ คนละ 20 บาท ถ้าแพงกว่านี้ไม่ต้องขึ้นนะคะ ถ้าเค้าจะอ้างว่าเช้ามากงั้นงี้ ก็ให้สตรองเข้าไว้ เพราะเป็นราคาปกติของที่นี่ค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ ต้องการพักที่นี่และขึ้นรถทัวร์มาเที่ยวเดียวกันกับพวกเรา ต้องโทรแจ้งกับคุณป้าเจ้าของที่พักก่อนนะคะว่าจะถึงแต่เช้ามืด ถ้าวันนั้นไม่มีลูกค้าอยู่ เราก็เช็คอินแต่เช้าได้ค่ะ คุณป้าใจดีมากๆ เลย

cameteria-chiangkhan

ที่พักของที่นี่มีขนาด 2 ชั้น เป็นบ้านของคุณป้าเองที่แบ่งเป็นห้องให้นักท่องเที่ยวเช่า มีห้องหลายแบบหลายราคา ไม่ว่าจะเป็นห้องใหญ่สำหรับครอบครัวพักได้ 4 คน ห้องละ 1,200 บาท หรือจะเป็นห้องสำหรับ 2 คน ห้องละ 600 บาท มีแอร์ น้ำอุ่น เป็นห้องเล็กๆไม่ใหญ่มากแต่สะดวกสบายและสะอาด

cameteria-chiangkhan

พวกเราได้พักห้องพวงแสดสำหรับ 2 คน คืนละ 600 บาทค่ะ หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็รีบออกไปที่ตลาดคนเดิน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเพื่อไปดูตักบาตรข้าวเหนียว

cameteria-chiangkhan

cameteria-chiangkhan

cameteria-chiangkhan

ที่นี่จะมีอาหารสำหรับใส่บาตรไว้ขาย เผื่อเพื่อนๆ คนไหนที่อยากร่วมใส่บาตร ราคาก็เซ็ตละ 60-100 บาทแล้วแต่จำนวนของอาหารที่อยู่ในเซ็ต โดยพระจะมาบิณฑบาตรเวลาเช้ามืดของทุกๆ วัน

cameteria-chiangkhan cameteria-chiangkhan

ได้เวลาอาหารเช้า ^^  มีมากมายหลายร้านให้เพื่อนๆ ได้เลือก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารเช้าง่ายๆ อย่าง โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่กะทะ ข้าวต้มเส้น (ก๋วยจั๊บญวณ) ปาท่องโก๋ ข้าวจี่ กินในอากาศเย็นๆ พร้อมบรรยากาศแบบนี้ มันฟิน ~
อิ่มกันแล้วพวกเราก็มีกิจกรรมย่อยอาหาร นั่นก็คือ ขี่จักรยานชมแม่น้ำโขง ซึ่งที่พักของเรามีจักรยานให้ยืมฟรี ขี่จักรยานกันสักพัก อาหารย่อยหมด ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง พวกเราได้ยินมาว่า ที่เชียงคานมีเมนูส้มตำสุดแซ่บและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือส้มตำด้องแด้ง นั่นเอง พวกเรามากันที่ร้าน”จิตส้มตำ” อยู่ตรงสี่แยกถนนใหญ่ ไม่ไกลจากถนนคนเดิน ถามคนพื้นที่ได้เลยค่ะ ทุกคนรู้จักแน่นอน

cameteria-chiangkhan

เมนูนี้จะแตกต่างกับส้มตำที่อื่นตรงที่จะใส่เส้นเกี๊ยมอี๋ลงไปด้วย ให้ความรู้สึกหนึบๆ สนุกดีเวลาเคี้ยว แล้วก็ใส่ผักอื่นๆ ลงไปด้วย มีความเฮลตี้แต่ไม่ทิ้งความแซ่บ บอกเลยว่าถ้ามาที่เชียงคานแต่ยังไม่ได้ลองส้มตำด้องแด้งนี่ถือว่ามาไม่ถึง ส่วนเมนูอื่นๆ ก็ทำออกมาได้อร่อยมาก ไก่ย่างก็ย่างออกมากำลังดี ไม่แห้งเกินไป กัดเข้าไปก็รู้สึกฉ่ำๆ อร่อยมาก จะบอกว่าตลอดระยะเวลา 3 วัน พวกเรามากินที่นี่ทุกวันเลย
cameteria-chiangkhan
อาหารคาวผ่านไปแล้ว พวกเราก็ต่อกันด้วยของหวานทันที เดี๋ยวจะขาดตอน อิอิ ที่ถนนคนเดินแห่งนี้มีร้านคาเฟ่ร้านดังอยู่ร้านนึง ขึ้นชื่อเรื่องการบริการและบรรยากาศดีมากๆ ชื่อร้าน With A view @chiangkhan เปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำๆ
cameteria-chiangkhan
พอพวกเราเข้าไปในร้าน พวกเราก็ถึงกับฟิน เพราะบรรยากาศดีมากกกกก ร้านอยู่ติดแม่น้ำโขงเลย มองออกไปอีกฝั่งก็จะเป็นประเทศลาวนั่นเอง

cameteria-chiangkhan

cameteria-chiangkhan

ถึงเวลาชิมกาแฟและขนมของทางร้านบ้าง เราสั่งชาไทยร้อนกับพุดดิ้งคาราเมล ชาไทยมีกลิ่นหอมของชาชัดเจน และพุดดิ้งคาราเมลนี่คือนิพพาน เป็นพุดดิ้งเนื้อเนียนมีกลิ่นหอมคาราเมล ความหวานกำลังดี นุ่มละมุนลิ้นมากมาย ถ้าใครได้แวะมาที่นี่ ต้องอย่าพลาดเมนูพุดดิ้งเด็ดขาดเลยนะคะ

cameteria-chiangkhanหลังจากฟินกับบรรยากาศจากร้านคาเฟ่ พระอาทิตย์เริ่มตกดินแล้ว ขอแชะภาพแม่น้ำโขงพร้อมหมอกจางๆ สักภาพนึง

cameteria-chiangkhan

cameteria-chiangkhanแล้วพวกเราก็ออกมาถนนคนเดินในบรรยากาศตอนกลางคืนอีกครั้ง คึกคักมาก คนเยอะมาก ใครที่ชอบอาหารสตรีทฟู้ด ที่นี่คือสวรรค์อย่างแน่นอน

cameteria-chiangkhanถ้าเมื่อยก็แวะนวดกันได้นะคะ ^^

cameteria-chiangkhanและนี่คืออาหารเย็นของเราวันนี้ค่ะ เป็นร้านพิซซ่าที่อยู่ในซอย 9 ชื่อร้าน Slinks ราคาไม่แพงเลย แถมอร่อยอีกต่างหาก เป็นพิซซ่าโฮมเมดแป้งบางที่อัดชีสมาให้เต็มถาด ถ้าใครไม่อยากทานพิซซ่าก็ยังมีเมนูอื่นๆ นะคะ และยังมีกาแฟขายอีกด้วย

cameteria-chiangkhanวันรุ่งขึ้น พวกเราก็รีบตื่นเพื่อจะไปชมทะเลหมอกที่ภูทอก การเดินทางสำหรับคนไม่มีรถอย่างเรา คือจำเป็นต้องเช่ารถสามล้อขึ้นไป ซึ่งเราได้เบอร์มาจากรถสามล้อที่บังเอิญวิ่งผ่านเราและติดเบอร์โทรเอาไว้ เลยลองโทรไปถามราคาคุณลุงคนขับ สรุปได้ราคาไปกลับคนละ 100 บาท ถ้าเราอยากไปแก่งคุดคู้ก็เพิ่มอีกคนละ 50 บาท (เบอร์โทรของคุณลุงนะคะ 088-4422486) คุณลุงจะมารับเราที่ที่พักตั้งแต่ตี 5 พอถึงแล้ว พวกเราก็ต้องต่อด้วยรถสองแถวที่ทางภูทอกเตรียมไว้ให้ ค่าขึ้นลงคนละ 25 บาท โดยมีคุณลุงรออยู่ข้างล่าง **อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆนะคะ ถ้าจะให้ดีควรใส่เสื้อที่กันลมได้ เพราะตอนที่นั่งรถตุ๊กๆ หนาวใช้ได้เลย

วันนี้คนขึ้นมาดูทะเลหมอกเยอะมาก เพราะเป็นวันหยุดยาว แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพวกเราเลย เพราะไม่ต้องปีนขึ้นมา แค่จับรถสองแถวให้แน่นตอนที่ขี้นมาก็พอ หวาดเสียวใช่ย่อยเลย

cameteria-chiangkhanแล้วท้องฟ้าก็เริ่มเปิด พระอาทิตย์เริ่มส่องแสง แล้วภาพที่เราเห็นก็เป็นแบบนี้เลย อยากจะบอกว่าของจริงสวยกว่านี้หลายเท่า ตอนจะลงไปก็ไม่ยาก เพราะมีรถสองแถวขึ้นมารออยู่แล้ว หลังจากนี้พวกเราก็ไปแก่งคุดคู้ ด้วยรถตุ๊กๆ ของคุณลุง แต่ไปถึงก็ต้องนก เพราะวันนี้หมอกลงหนามาก มองไม่เห็นอะไรเลย 555 ใจแป้วกันไป แต่พอนึกถึงทะเลหมอกที่เห็นมาเมื่อกี๊ก็ถือว่าหายกัน

cameteria-chiangkhanสุดท้ายนี้พวกเรารู้สึกว่าเชียงคานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่อยากมาสโลว์ไลฟ์ มานั่งอ่านหนังสือชิลๆ ในคาเฟ่ดีๆ หรือคนที่อยากมากินตัวแตกแบบพวกเรา เพราะของกินเยอะมากกกกกกก ราคาก็ไม่แพง ตอบโจทย์สุดๆ พวกเราคิดว่าช่วงเวลาท่องเที่ยวที่เหมาะสม คือช่วงฤดูหนาวประมาณธันวาคม – มกราคมที่อากาศเริ่มเย็นๆ มีหมอกลง จะได้เห็นทะเลหมอกภูทอกสวยๆ มาที่นี่สัก 2 วัน 1 คืนกำลังดี เพราะไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำมากนัก นอกจากกินๆๆ แล้วก็กิน ไม่เหมาะกับคนที่กำลังไดเอทอย่างยิ่ง 555

Budget (ไม่รวมค่ากิน)

ภูกระดึงทัวร์ ป.1 46 ที่นั่ง คนละ 454 บาท
แอร์เมืองเลย vip 32 ที่นั่ง คนละ 480 บาท
ค่าจัดการ 80 ค่าธรรมเนียม 80  ค่าธรรมเนียมจ่ายใน 7-11 15 บาท
บขส เชียงคาน ไปที่พัก คนละ 20 บาท
ที่พัก คืนละ 600 บาท 2 คืน 1,200 บาท
ค่ารถตุ๊กๆ ไปภูทอก คนละ 100 บาท ค่ารถสองแถวขี้นไป (ไปกลับ 25 บาท) แก่งคุดคู้คนละ 50 บาท
รวมแล้วตกคนละ 1,841 บาท

Sponsored Links





Follow us