Share

แบกกล้องท่องภูเก็ต-เกาะพีพี- เกาะสิมิลัน 5 วัน 5 คืน

Share

Sponsored Links



ทะเลอันดามันบ้านเรานี่มันช่างดีต่อใจจริงๆนะ

ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก คงหนีไม่พ้น “ภูเก็ต” อย่างแน่นอน ด้วยความที่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีทะเลสวยงามมากมายล้อมรอบ รวมไปถึงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เลยไม่แปลกใจที่ “ภูเก็ต” จะเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ในครั้งนี้พวกเราได้วันหยุดยาว 5 วันพอดิบพอดี และมองหาตั๋วเครื่องบินที่ราคาไม่แพงจนกระเป๋าฉีก หวยเลยมาออกที่ “ภูเก็ต” ทะเลใต้ฝั่งอันดามันบ้านเราอันสวยงามนั่นเองง ((เรามีสรุปค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดไว้ตอนท้ายนะจ๊ะ ))

การเดินทางจากกรุงเทพไปภูเก็ต

พวกเราจัดการหาตั๋วถูกที่สุด 5555  และสุดท้ายก็ได้สายการบิน Thai Lion Air มาในราคาคนละ 3,180 บาท (ถ้าจองกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะถูกกว่านี้เด้อ รอบนี้พวกเราลีลาตัดสินใจช้า เลยได้ราคาสูงขึ้นมาหน่อย)

ที่พัก

คืนที่ 1 
ทริปนี้มีความผิดแผนนิดหน่อย จากไฟล์ทขาไปที่เราเลือกขึ้นเครื่องเวลาตีสอง แล้วถึงเช้าตีห้า กะว่าจะประหยัดค่าโรงแรมสักคืน แต่ Thai Lion Air เจ้ากรรมก็ดันเลื่อนเวลาบินเร็วกว่าเดิมซะงั้น และต้องถึงภูเก็ตเวลาเที่ยงคืน พวกเราเลยจำเป็นต้องจองโรงแรมไว้ซุกหัวนอนตอนไปถึงก่อน T^T เราเลยเลือกโรงแรมที่ใกล้ที่สุดและถูกสุด (เช่นเคย) สรุปได้โรงแรม Room Hostel @Phuket airport คืนละ 612 บาท (ใครที่ต้องการจองสามารถคลิกที่รูปภาพโรงแรมได้เลยนะคะ)

คืนที่ 2 
ย่านเมืองเก่าภูเก็ต  Old Town ที่ 99 Oldtown Boutique Guesthouse คืนละ 748 บาท

คืนที่ 3
เกาะพีพี Kitty Guesthouse คืนละ 1,240 บาท

คืนที่ 4-5
หาดกะตะในภูเก็ต Kata Baidee คืนละ 786 บาท

เอาล่ะ ตั๋วเครื่องบินพร้อม ที่พักพร้อม!! ก็ออกเดินทางกันเล้ยย Go Go Go!!

Day 1 :  Phuket Old Town ย่านเมืองเก่าภูเก็ต – แหลมพรหมเทพ

พวกเราออกเดินทางจากดอนเมืองมาถึงภูเก็ตตอนเที่ยงคืน หลังจากนั้นก็เดินเข้าที่พักซึ่งอยู่ห่างจากสนามบิน 600 เมตร ซึ่งที่พักที่จองเอาไว้สะอาดดีค่ะ และสะดวกสบายคุ้มราคาหกร้อยนิดๆ มากๆ ลืมถ่ายรูปไว้เพราะง่วงมาก แต่รูปที่โชว์ในเวป Agoda ก็ไม่แตกต่างกันค่ะ ใครที่จำเป็นต้องพักใกล้สนามบิน ที่นี่ถือว่าไม่เลวเลยค่ะ

ตื่นมาตอนเช้าเราก็เช็คเอาท์แล้วเดินทางเข้าตัวเมืองภูเก็ตด้วย Airport Bus ที่จอดอยู่หน้าสนามบิน เป็นการเดินทางที่ถูกที่สุด คนละ 100 บาท ถ้าเป็นแท็กซี่จะแพงมวากกกกก ประมาณ 800- 1,000 บาท  โดยบัสนี้จะมีให้เลือก 2 สายคือ ป่าตอง และ บขส ภูเก็ต ก่อนขึ้นต้องดูดีๆนะคะ เพราะอยู่คนละฟากกันเลย ถ้าใครพักแถวทะเลเช่น ป่าตอง กะตะ กะรน ก็เลือกสายป่าตองค่ะ แต่คืนนี้พวกเราจะพักในตัวเมืองที่เป็นย่าน Old Town เลยนั่งสาย บขส ภูเก็ต ซึ่งรถจะไม่ส่งถึงที่นะคะ ต้องคอยดู Google Maps เรื่อยๆ ถ้าใกล้ก็กดออดลงแล้วเดินต่อเอาค่ะ

เดินไม่ใกล้ไม่ไกลกินลมชมเมืองภูเก็ตมาเรื่อยๆ ก็มาถึงที่พักของเราชื่อว่า Old Town ที่ 99 Oldtown Boutique Guesthouse เป็นเกสต์เฮาส์สไตล์จีน ราคาไม่แพง แถมสะอาดมากๆๆๆๆ สมกับเป็นเกสต์เฮาส์ชื่อดังของย่านนี้เลยค่ะ
cameteria_99oldtownboutique

cameteria_99oldtownboutique

cameteria_99oldtownboutique

หลังจากเช็คอินและเอาของเก็บแล้ว ก็ได้เวลาออกไปสำรวจย่านเมืองเก่าภูเก็ต หรือที่เรียกกันติดปากว่า ย่าน “Old town” กันค่ะ

cameteria_phuketoldtown

cameteria_phuketoldtown

อาคารบ้านเรือนที่นี่เป็นสีสันสดใสพาสเทล ใครที่ชอบถ่ายรูป รับรองว่าแชะภาพกันสนุกแน่นอน

cameteria_phuketoldtown

cameteria_phuketoldtown

หอนาฬิกาแลนด์มาร์คสำคัญของย่านเมืองเก่าภูเก็ต

cameteria_phuketoldtowncameteria_phuketoldtown

เดินกันจนเหนื่อยก็ได้เวลาเติมพลังนิดนึงด้วย “ปอเปี๊ยะฮกเกี้ยน” ที่หาทานได้ในภูเก็ตเท่านั้น ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซอสหวานคล้ายๆ น้ำข้าวหมูแดง แต่แอบเผ็ดเล็กๆ อร่อยมากค่ะ แนะนำว่าต้องลองให้ได้

หลังจากอิ่มกันแล้วพวกเราก็หารถเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ ซึ่งไม่มีรถประจำทาง ต้องเหมาเอาเท่านั้น ต่อรองราคาเสร็จสรรพก็ได้ราคา 800 บาท 2 คน (เราหารถเหมาแถวๆ วงเวียนสุริยเดช หรือ วงเวียนน้ำพุ)

cameteria_promthepcape

cameteria_promthepcape

แหลมพรหมเทพก็สวยงามตามท้องเรื่อง และนักท่องเที่ยวก็เยอะมากๆ เช่นกัน หลังจากที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศเสร็จแล้ว รถสองแถวที่เหมามาก็พาเรามาส่งที่วงเวียนน้ำพุเหมือนเดิม (จากวงเวียนน้ำพุมาย่านเมืองเก่า สามารถเดินได้ค่ะ ) แต่อีลุงคนขับนิสัยเสียมาก พวกเราจ่ายแบงค์พันไปแล้วทำอิดออดไม่ยอมทอน ด้วยพลังแห่งความยุติธรรม (และความงก) พวกเราก็ไฝว้เอาเงิน 200 ของเรามาจนได้ ทำเอาเซ็งกะพวกอีผีพวกนี้มาก ถ้าเพื่อนๆ เจอสถานการณ์แบบนี้ แนะนำว่าสตรองเข้าไว้ค่ะ อย่าไปยอม และทางที่ดีก็เตรียมเงินให้พอดีทุกครั้ง จะได้ไม่เจอปัญหาแบบพวกเราค่ะ

ก่อนเข้าที่พักก็เดินหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น วันที่พวกเราไปร้านค้าปิดไปเยอะมาก อาจเป็นเพราะวันธรรมดา ถ้าใครอยากไปเดินเที่ยวตลาดกลางคืนก็แนะนำให้มาที่นี่วันเสาร์-อาทิตย์ค่ะ

Day2 : เกาะพีพี

วันนี้พวกเราตื่นแต่เช้าเพื่อไปเกาะพีพีโดยเรือที่จองมาจาก Internet ซึ่งบอกเลยว่า พวกเราพลาดมากกกกกกก!! เพราะเรามารู้ทีหลังจากเจ้าของเกสต์เฮาส์ว่าถ้าจองผ่านที่นี่ จะได้ราคาคนละ 350 บาท และมีรถมารับจากที่พักไปท่าเรือรัษฎาฟรีด้วย แต่ที่เราจองผ่านเวปมานั้น ราคา 2 คนอยู่ที่ 1,494 บาท แถมต้องเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ท่าเรือ 200 บาท เศร้าแท้!! เพราะฉะนั้นถ้าใครต้องใช้เรือ แนะนำให้ติดต่อกับที่พักของเราโดยตรงก่อนนะคะ เพราะเค้าจะมีดีลกับทางเรือไว้ ราคาก็จะถูกลงเยอะเลยค่ะ  T^T

cameteria_similanislandนั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมงหน่อยๆ เรือก็เทียบท่าอ่าวต้นไทร ณ เกาะพีพีนั่นเอง พอลงเรือมาหยาดน้ำตาจากความพลาดก็หมดไป เพราะมันสวยมากๆ น้ำสีฟ้าใสแจ๋ว ตัดกับทรายขาวจั๊ว ฟินนาเล่~

cameteria_phiphiissand

cameteria_phiphiissand

คืนนี้เราจะพักที่ Kitty Guesthouse ค่ะ เดินออกมาจากท่าเรือไกลหน่อย ประมาณ 20 นาที ระหว่างทางก็มีวิวสวยๆ ให้ถ่ายภาพเพลินๆ เลยไม่รู้สึกเหนื่อย

cameteria_kittyguesthouse

cameteria_kittyguesthouse

หลังจากเก็บของเสร็จ พวกเราก็เตรียมเดินข้ามเขาไปที่ “อ่าวนุ้ย” เคยได้ยินมาว่าสวยมากก แต่ก็เดินทางไปยากเหมือนกัน เพราะต้องปีนเขาไปใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ ทรหดและแอดเวนเจอร์สุดๆ พวกเราเลยไม่ได้เอากล้องไป (แอบเสียดาย แต่ก็กลัวเสียกล้องเหมือนกัน 555) ใครที่จะไปแบบเราอย่าลืมเตรียมน้ำไปด้วยนะคะ เพราะอากาศร้อนมากๆ และไม่มีร้านค้า มองไปทางไหนก็เห็นแต่ป่าและภูเขา

แต่ถ้าใครอยากไปอ่าวนุ้ย แต่ไม่อยากเดินข้ามเขา ที่เกาะก็มีเรือสปีดโบ้ทไว้ให้บริการนะคะ แต่เรื่องราคาคงต้องต่อรองดูอีกทีค่ะ แต่แนะนำว่าต้องมาให้ได้ เพราะสวยมากคุ้มเหนื่อยแน่นอน

Day 3 – 5 : ภูเก็ต (หาดกะตะ) – หมู่เกาะสิมิลัน

วันนี้พวกเราเดินทางกลับภูเก็ตกันค่ะ เพราะได้จองทัวร์ One Day Trip ไปสิมิลันเอาไว้ เลยตัดสินใจพักฝั่งทะเลกันบ้าง พวกเราเลือกพักแถวหาดกะตะค่ะ เดาว่าน่าจะสงบกว่าป่าตอง และที่สำคัญที่พักถูกมากๆด้วยค่ะ

และแล้วเราก็เจอ Best Guesthouse of the Year สำหรับพวกเรา นั่นก็คือ “Kata baidee” เป็นเกสท์เฮาส์ที่ทำเลดี ใช้เวลาเดินไปหาดกะตะไม่ถึง 10 นาที และดีงามสำหรับแบคแพคเกอร์อย่างพวกเรามากๆ ทั้งสะอาด เตียงใหญ่นุ่มนอนสบาย น้ำไหลแรง มีไม้แขวนเสื้อให้ตากผ้า และยังมีตู้เซฟให้ด้วยนะคะ ทั้งหมดนี้เราจองมาได้ราคาเพียง 700-800 บาทเท่านั้นเอง คุณภาพเกินราคามากๆ และที่สำคัญเจ้าของที่พักก็ใจดีมากๆๆ เลยค่ะ ใครที่มองหาที่พักแถวนี้คุณภาพดี ราคาไม่แพง ขอแนะนำเลย (ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใดนะคะ แต่เลิฟจริงๆ 555 ^^)

cameteria_katabaid

cameteria_katabaid

cameteria_katabaid

ที่นี่ยังมีอาหารเช้าเล็กๆ น้อยๆ เช่นขนมปังปิ้ง กล้วย กาแฟ ไว้ให้รองท้องด้วยนะคะ สามารถทานกันได้ตลอดเลย

cameteria_katabaid

ที่ล็อบบี้จะเห็นลูกค้านักท่องเที่ยวเขียนบอกรักเกสท์เฮาส์เต็มไปหมด พวกเราก็พอจะเข้าใจเหตุผลค่ะว่าเพราะอะไร ^^

นอนหลับฝันดีไปหนึ่งคืน ก็ได้เวลาไปเกาะสิมิลันค่ะ บริษัททัวร์จะเข้ามารับเราถึงที่พักตั้งแต่หกโมงเช้า และต่อเรือไปที่เกาะสิมิลัน โดยทัวร์จะดรอปให้เราดำน้ำตามจุดต่างๆ มีอาหารเที่ยงให้แบบบุฟเฟต์ และไปส่งถึงที่พักค่ะ ซึ่งทัวร์ที่เรามาจอยด้วย 95% คือคนจีนล้วนค่ะ ก็เลยรู้ว่าคนจีนกำลังฮิตเกาะสิมิลันสินะ

cameteria_similanisland

วันนี้โชคดีท้องฟ้าแจ่มใสไร้ฝน นั่งเรือมาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงหมู่เกาะสิมิลัน พอมาถึงก็ถึงกับตะลึงไปเลยทีเดียว น้ำสีฟ้าใสๆ ตัดกับทรายขาวๆ บอกเลยว่าสวยมากกกกกกกก

cameteria_similanisland

cameteria_similanisland

cameteria_similanisland

หลังจากจบทริป ทัวร์ก็ส่งเราถึงที่พักประมาณสองทุ่มกว่าๆ ค่ะ เหนื่อยมาก ถึงที่พักปุ๊บก็สลบเลย เพราะคืนนี้เราก็มี Super Big Match ที่รอคอยมานาน นั่นก็คือศึกแชมเปี้ยนลีกส์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล – เรียลมาดริด ในเวลา 1:45 แต่พอตื่นมากลับต้องเศร้า เพราะร้านค้าก็ปิดกันหมดแล้ว เราเลยต้องอัปเดตผลบอลผ่านเวป www.shotongoal.com/ผลบอล/  อัปเดตไวด้วยค่ะ หรือใครที่ต้องการอยากทราบเกี่ยวกับตารางการแข่งขันก็คลิกที่นี่ www.shotongoal.com/ตารางบอล/ ได้เลยค่ะ จะได้ไม่พลาดแมทช์สำคัญของทีมที่รักนะจ๊ะ



การเดินทางจากหาดกะตะไปสนามบินภูเก็ต

การเดินทางในตัวเมืองภูเก็ตนั้นถือว่าค่อนข้างลำบากสำหรับพวกเรามากๆ เพราะรถสาธารณะมีน้อย ถ้าไม่ได้เช่ารถ มอเตอร์ไซค์ ก็ต้องเป็นแท็กซี่ราคามหาโหดเลย ตอนขากลับเราเลยสอบถามกับเจ้าของที่พัก ซึ่งพี่เค้าแนะนำว่าให้นั่งรถสองแถวสีแดงที่ขับผ่านหาดกะตะ และไปลงที่เซ็นทรัลภูเก็ต และต่อรถบัส Airport Bus ไปสนามบินจะถูกที่สุดค่ะ

****แต่ขอแนะนำว่าให้เผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะ เพราะรถบัสแดงขับช้ามาก และเราต้องรอรถบัส Airport Bus อีก (ตารางเวลาดูได้ที่นี่ค่ะ http://www.airportbusphuket.com/timetable-thai.php)

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริป (ไม่รวมค่าอาหารนะจ๊ะ)

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ภูเก็ต คนละ 3,180 บาท (สายการบิน Thai Lion Air)
  • ค่า airport bus ไปตัวเมืองภูเก็ต คนละ 100 บาท
  • ค่าที่พักใกล้สนามบินภูเก็ต ที่ Room Hostel @Phuket airport คืนละ 612 บาท
  • ค่าที่พักในตัวเมืองภูเก็ต Old Town ที่ 99 Oldtown Boutique Guesthouse คืนละ 748 บาท
  • ค่าที่พักเกาะพีพี Kitty Guesthouse คืนละ 1,240 บาท
  • ค่าที่พักหาดกะตะในภูเก็ต Kata Baidee คืนละ 786 บาท พัก 2 คืน 1,572 บาท
  • ค่าเหมารถไปแหลมพรหมเทพ 800 บาท
  • ค่าทัวร์ สิมิลัน One day Trip จองผ่านบริษัท Love Sea Tour คนละ 1,970 บาท (ต่างชาติเพิ่ม 400 บาท)
  • ค่าเรือ จากภูเก็ตไปเกาะพีพี จองผ่าน www.thailandferrybooking.com 1,494 บาท คนละ 747 บาท
  • ค่าแท็กซี่จากตัวเมืองภูเก็ตไปท่าเรือรัษฎา 200 บาท
  • ค่ารถตู้จากท่าเรือรัษฎาไปที่หาดกะตะ คนละ 150 บาท
  • ค่ารถสองแถวจากหาดกะตะไป Central Festival Phuket คนละ 40 บาท
  • ค่า airport bus จาก Central Festival Phuket  ไปสนามบิน คนละ 100 บาท
    รวม 17,746 บาท ตกคนละ 8,873 บาท
Sponsored Links





Follow us